รัฐบาลฝรั่งเศสยกระดับกรุงปารีสให้เป็นพื้นที่ “สีเลือดหมู” หรือเขตเสี่ยงสูงสุดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยเตรียมเพิ่มมาตรการควบคุมทางสังคม รวมถึงการปิดบาร์เป็นเวลา 15 วัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ว่ากระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศสรายงานจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ในรอบวันที่ผ่านมา ว่าสถิติผู้ติดเชื้อสะสมมีอย่างน้อย 619,190 คน เพิ่มขึ้น 12,565 คนในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา รักษาหายแล้ว 97,778 คน ยังเป็นสถิติคงที่ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา ส่วนสถิติสะสมของผู้เสียชีวิตอยู่ที่อย่างน้อย 32,230 คน เพิ่มขึ้น 32 คน
 
ขณะที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีฌ็อง กัสเต็กซ์ ประกาศยกระดับกรุงปารีสเป็นพื้นที่ “สีเลือดหมู” ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดของการกำหนดพื้นที่เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เนื่องจากสถานการณ์ผ่านเกณฑ์ 3 ข้อที่รัฐบาลกำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัตราอุบัติการณ์ของโรค หรือค่า “ไออาร์” ของกรุงปารีสในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุดยังคงเกิน 250 ต่อจำนวนประชากร 100,000 คน และมากกว่า 30% ของเตียงคนไข้ตามโรงพยาบาลทุกแห่งในกรุงปารีสและพื้นที่ใกล้เคียง เต็มไปด้วยผู้ป่วยโรคโควิด-19

ทั้งนี้ รัฐบาลจะประกาศแนวทางปฏิบัติทั้งหมดในวันจันทร์ เพื่อให้มีผลบังคับใช้เป็นเวลาอย่างน้อย 15 วัน เริ่มตั้งแต่วันอังคารที่ 6 ต.ค. เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม มีการเผยเงื่อนไขเบื้องต้น รวมถึงการที่ร้านอาหารยังคงเปิดได้ โดยต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขจำกัดหลายประการ และต้องปิดก่อนถึงเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น แต่ผับและบาร์ “ต้องปิดอย่างเบ็ดเสร็จ”
 
อนึ่ง กรุงปารีสถือเป็นเมืองที่สองในแผ่นดินใหญ่ของฝรั่งเศส ซึ่งต้องอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมทางสังคมขั้นสูงสุด ต่อจากเมืองมาร์แซย์ที่บังคับใช้มาตรการดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมา และหมู่เกาะกัวเดอลุป ดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศสที่ตั้งอยู่ในทะเลแคริบเบียน